สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

ทำไมการติดแก๊สระบบ LPi  จึงดีกว่า การติดแก๊สระบบเดิม ที่ใช้หม้อต้ม

การติดแก๊สรถยนต์ในปัจจุบันเท่าที่รู้จักกันทั่วไป คือ การติดแก๊ส แบบชนิดที่ใช้หม้อต้ม มาช่วยในการจ่ายแก๊สเข้าเครื่องยนต์

หม้อต้ม ทำหน้าที่  คือ   การเปลี่ยนสถานะของแก๊สที่เป็นของเหลว  ให้เป็น  ไอก๊าซ  ก่อนป้อนเข้าเครื่องยนต์   โดยหัวฉีด หรือ คาร์บูเรเตอร์  แล้วแต่ระบบของรถหม้อต้ม ไม่ได้ทำหน้าที่ต้มแก๊ส ตามชื่อ แต่ทำหน้าที่ลดแรงดัน และ เปลี่ยนสถานะ  หม้อต้มจะทำงานได้ ต้องอาศัยความร้อนหล่อเลี้ยงเพื่อไม่ให้เกิดน้ำแข็งอุดตันภายในช่องทางเดินของแก๊ส  ภายในรถยนต์จึงมีการ ตัดต่อท่อน้ำหม้อน้ำ ที่หล่อเลี้ยง   เครื่องยนต์  เพื่อให้ผ่านเข้าไปที่หม้อต้ม   ทำให้ทำงานได้

ปัญหาที่เกิดตามมา และ เราได้ยินเกี่ยวกับเรื่องหม้อต้ม และ ทำให้ต้องกลับเข้ารับบริการ หรือ เสียเงินเพื่อซ่อมบำรุง  เช่น น้ำจากหม้อน้ำรั่ว  เพราะการตัดต่อ  เพิ่มจุดต่อท่อ เข้า-ออก  ผสมการใช้เข็มขัดรัดท่อ เกือบ 30 จุด    คุณภาพท่อยางไม่ดี  เมื่อรั่ว ทำให้น้ำแห้ง เครื่องเสีย  แก๊สรั่วในหม้อต้ม ผสม กับน้ำในหม้อน้ำ   หลายครั้งที่พบว่าเมื่อเปิดหม้อพักน้ำ  มีกลิ่นแก๊สผสม เพราะภายในหม้อต้มรั่ว ทำให้ แก๊ส และ น้ำในระบบหม้อต้ม  ผสมเข้าหากัน จากอายุ และ คุณภาพหม้อต้มที่ไม่ดี   รั่ว  แรงดันเสีย  ข้อต่อพลาสติก   อายุใช้งานเฉลี่ย 1-2 ปี โดยเฉพาะภายในประเทศไทย    ที่มี อุณหภูมิฉลี่ยร้อนสูงมาก โดยที่แก๊ส LPG มีค่าออกเทน 105  ในสภาวะของเหลว แต่เมื่อเรานำไป ลดแรงดัน และเปลี่ยนสถานะเป็นไอแก๊ส ทำให้เราไม่ได้ใช้ ออกเทนของแก๊สอย่างแท้จริง   (การเปลี่ยนสถานะ คือ การขยายตัว ประมาณ 250 เท่า / bar  เพื่อกลายเป็นไอแก๊ส)

ที่ผ่านมาเราไม่ได้  octane  ที่มีใน lpg  อย่างคุ้มค่า   แต่ปัจจุบันนี้ ด้วยเทคโนโลยีของเนเธอร์แลนด์ บริษัท  vialle  ได้คิดค้นวิธีการฉีดแก๊สเข้าเครื่องยนต์ในสถานะของเหลวได้แล้ว  ทำให้ข้อด้อยต่างๆ ของการใช้แก๊สแบบหม้อต้มหายไปโดยสิ้นเชิง   เราไม่ต้องการนำหม้อต้มมาใช้อีก  นั่นคือ ไม่ต้องไปยุ่งกับระบบน้ำหม้อน้ำรถยนต์ ไม่มีการตัดท่อน้ำรถยนต์  การใช้เข็มขัดท่อยางที่ติดตั้งเกือบ 30 ตัว  เราแน่ใจได้อย่างไรว่า  เข็มขัดมากมายเหล่านี้จะใช้มือขันได้แน่นหนา ทุกตัว   ถ้าหม้อน้ำรั่วกลางทางรถท่านอาจเสียหายจากความร้อน ซึ่งพบเห็นเป็นประจำ  หรือ อย่างน้อยรถท่านจะวิ่งไม่ได้จนกว่าจะมีการซ่อมท่อนี้


ความแตกต่างหลักๆ ของระบบ LPi กับ ระบบหม้อต้มทั่วไป
              ระบบ LPi (ฉีดแก๊สเป็นของเหลว)
                     1.ไม่มีหม้อต้ม ไม่ตัดต่อท่อน้ำหล่อเย็น

                     2.ข้อต่อท่อต่างๆ เป็นระบบ Fitting ในระบบเดีวกับโรงงานประกอบรถยนต์
                     3.ท่อที่ใช้ในระบบ LiquidSi เป็นท่อทนแรงดันสูง ทนแรงดันได้ถึง 1000 PSI
                     4.ไม่ต้องการปรับจูนใดๆ แท้จริงหลังการติดตั้ง
                     5.อุปกรณ์ทั้งชุดถูกออกแบบมาให้ใช้จากโรงงานเท่านั้น ไม่สามารถนำอุปกรณ์ในระบบอื่นๆ มาใช้ร่วมกันได้ ทำให้อายุการใช้งานยาวนาน ไม่จำเป็นต้องดูแลรักษาอุปกรณ์เป็นพิเศษ ลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงได้ในระยะยาว

                  ระบบหม้อต้มทั่วไป

    1.ใช้หม้อต้มเพื่อลดแรงดันแก๊ส ตัดต่อท่อน้ำหล่อเย็นของรถยนต์เดิมที่ติดมากับรถ
                     2.ใช้เข็มขัดรัดท่อ เฉลี่ยในรถ 1 คัน มีเข็มขัดรัดท่อมากกว่า 30 จุด เป็นจุดที่อาจเกิดการรั่วได้
                     3.ท่อที่ใช้ดัดแปลงจากท่อน้ำ หรือท่อแก๊ส LPG ทั่วไป ที่ทนแรงดันต่ำกว่า 265 PSI
                     4.ต้องทำการกลับเข้ามาปรับจูนเมื่อเปลี่ยนอุปกรณ์ หรือเมื่อหม้อต้มไม่ทำงานตามความต้องการ
                     5.อุปกรณ์เป็นการจัดชุดผสมผสานกัน หลากหลายคุณภาพ ทำให้อายุการใช้งานไม่เท่ากัน จำเป็นต้องหมั่นดูแลรักษาอุปกรณ์

อุปกรณ์ที่ใช้ในระบบ

LPi   
ระบบ หม้อต้ม
-ใช้ท่อยางทนแรงดันสูง 1000 psi   
-ใช้ท่อทนแรงดัน  265  psi
-หัวฉีด  ซีเมน  จากโรงงานระดับ โลก
-ใช้  solenoid ทำเป็นหัวฉีด 

-ข้อต่อเดียวกับโรงงานประกอบรถยนต์

(ไม่ใช้เข็มขัดรัดท่อเลย)      

-เข็มขัดรัดท่อ  มือขันแน่น
-Maintenance free ไม่ต้องบำรุงรักษาใด ๆ 

-ต้องเข้าตรวจเช็คประจำ เปลี่ยนไส้กรอง

ท่อ หม้อต้ม ทุก ๆ 20,000-50,000 กม.

-ทั้งชุดจากประเทศเนเธอร์แลนด์  

-ผสม อิตาลี โปแลนด์ ตรุกี......








การเติมแก๊สรถยนต์  คือ เติมปกติเหมือนรถติดแก๊สทั่วไป    ถังที่ใช้ก็เป็นถังเดียวกันได้  เพียงแต่ระบบการเทคนิคทำงานภายในแตกต่างกันเท่านั้น   มาตรฐานความปลอดภัย และ มาตรฐานการติดตั้งอยู่บนมาตรฐานของ กรมการขนส่ง ปกติเดียวกัน สมรรถนะรถที่ติดตั้งระบบ LPi นี้จะดีกว่าระบบติดแก๊สทั่วไป อัตราการเร่ง ดีกว่า  เพราะจากการที่ได้ค่าออกเทนแก๊ส  LPG  อย่างแท้จริง    และยังประหยัดกว่าระบบเดิมอีก เล็กน้อยด้วย ( 5 เปอร์เซ็นต์  โดยประมาณ )  

ด้วยการรับประกันจากกรุงเทพประกันภัย  ในวงเงิน 1 ล้านบาท

และ 200,000 บาท สำหรับเครื่องยนต์  ( เงื่อนไข ) จึงทำให้ท่านสามารถวางใจได้

view